วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2556

พระคาถากันโรคภัยไข้เจ็บ



♦ พระคาถากันโรคภัยไข้เจ็บ ♦
สักกัตวา พุทธะรัตตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง หิตัง เทวะมะนุสสานัง พุทธะเตเชนะ โสตถินา นัสสันตุ ปัททะวา สัพเพ ทุกขา วูปะสะเมนตุ เมฯ
สักกัตวา ธัมมะรัตตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง ปะริฬาหูปะสะมะนัง ธัมมะเตเชนะ โสตถินา นัสสันตุ ปัททะวา สัพเพ ภะยา วูปะสะเมนตุ เมฯ
สักกัตวา สังฆะรัตตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง อาหุเนยยัง ปาหุเนยยัง สังฆะเตเชนะ โสตถินา นัสสันตุ ปัททะวา สัพเพ โรคา วูปะสะเมนตุ เมฯ
พระคาถาบทนี้ เป็นพระคาถาที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประทานให้เทพบุตรอุณหิสวิชัย ได้ท่องพระคาถานี้ จึงได้มีอายุอยู่ในสวรรค์ต่อไปอีก ( พระคาถานี้ส่วนมากมิค่อยทราบกัน ไปสวดแต่บทอานิสงส์กันเสียหมด )
ผู้ใดหมั่นสวดพระคาถานี้ จะระงับโรคภัยไข้เจ็บ ทั้งจะอายุยืนยาว ใช้เสกยากินแก้โรคก็ได้ และถ้าผู้ใดสวดเจริญอยู่เป็นนิจ นอกจากจะปราศจากโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ยังแคล้วคลาดจากภัยต่างๆๆ เช่น ราชภัย โจรภัย ฯลฯ อีกด้วย

♦ พระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า ♦
อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะ นาเมอิ
อิเมนา พุทธะ ตังโสอิ อิโสตัง พุทธะ ปิติอิฯ

ภาวนาทุกวันไม่ตกนรก เสกน้ำล้างหน้าทุกวันกันโรคภัยไข้เจ็บ คุณไสยทั้งมวล ถ้าจะให้มีตบะ เดชะให้ภาวนาทุกวัน เกิดสง่าราศี เป็นที่เมตตาแก่คนทั้งหลาย ให้ภาวนาแล้วแผ่เมตตาให้คนทั้งปวง ใครคิดร้ายก็ต้องมีอันเป็นไป ถ้าปรารถนาสิ่งใดให้ภาวนาคาถานี้ ๑๘ คาบ เป็นไปได้ดังใจนึก ถ้าจะให้เป็นมหาจังงัง ให้ภาวนาคาถานี้ ๘ คาบ เป็นมหาจังงังแล ถ้าจะให้เป็นมหาละลวย ให้ภาวนา ๙ คาบ ถ้าช้างม้าวัวควายสัตว์ที่ดุร้ายทั้งหลาย ให้เสกหญ้าเสกของให้มันกิน กลับใจอ่อนรักเราแล ถ้าภูตพรายมันเข้าอยู่คน เสกข้าวให้มันกินออกแล ถ้าปรารถนาจะให้เสียงเพราะ ให้เสกสีผึ้งสีปากเสกหมากกิน ไปเทศนาสวดร้องเป็นที่พอใจคนทั้งหลาย ให้เสกแป้งผัดหน้า เสกมงกุฎรัดเกล้าเป็นสง่าราศีใครเห็นใครรักทุกคน อนึ่งให้เอาใบลานหรือกระดาษว่าวมาลงคาถานี้ทำเป็นมงคลเสกด้วยตัวเองสารพัดกันศาตราอาวุธทั้งหลายเป็นวิเศษนัก พระคาถาบทนี้พระมหากษัตริย์แต่เก่าก่อนทรงใช้ประจำทุกพระองค์แล





โพชฌังคะปะริตตัง



♦ โพชฌังคะปะริตตัง ♦
(บทสวดป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ)


     โพชฌังโค สะติสังขาโต
ธัมมานัง วิจะโย ตะถา
วิริยัมปีติปัสสัทธิ
โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร
สะมาธุเปกขะโพชฌังคา
สัตเตเต สัพพะทัสสินา
มุนินา สัมมะทักขาตา
ภาวิตา พะหุลีกะตา
สังวัตตันติ อะภิญญายะ
นิพพานายะ จะ โพธิยา
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา.
     เอกัส์มิง สะมะเย นาโถ
โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง
คิลาเน ทุกขิเต ทิสวา
โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ
เต จะ ตัง อะภินันทิตวา
โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา.
     เอกะทา ธัมมะราชาปิ
เคลัญเญนาภิปีฬิโต
จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ
ภะณาเปตวานะ สาทะรัง
สัมโมทิตวา จะ อาพาธา
ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา.
     ปะหีนา เต จะ อาพาธา
ติณณันนัมปิ มะเหสินัง
มัคคาหะตะกิเลสา วะ
ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา.


โพชฌงค์ ๗ ประการ คือ สติสัมโพชณงค์ ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ วิริยสัมโพชฌงค์  ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสัมโพชฌงค์ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ เหล่านี้ อันพระมุนีเจ้าผู้เห็นธรรมทั้งสิ้น ตรัสไว้ชอบแล้ว อันบุคคลมาเจริญ ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อนิพพาน และเพื่อความตรัสรู้ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
สมัยหนึ่ง พระเจ้าโลกนาถ ทอดพระเนตรพระมหาโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะ อาพาธ ได้รับทุกขเวทนาแล้ว ทรงแสดงโพชฌงค์ ๗ ประการ ท่านทั้ง ๒ ชื่อชมภาษิตนั้น หายโรคในขณะ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
ครั้งหนึ่ง แม้พระธรรมราชา อันความประชวรเบียดเบียนแล้ว รับสั่งให้พระจุนทเถระ แสดงโพชฌงค์นั้นโดยเอื้อเฟื้อ ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัย หายประชวรโดยพลัน ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
ก็อาพาธทั้งหลายนั้น อันพระมหาฤษีทั้ง ๓ องค์ ละได้ถึงแล้วความไม่บังเกิด เป็นธรรมดา ดุจกิเลสอันมรรคกำจัดแล้ว ด้วยคำสัตย์นี้ขอความสวัสดี จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ